# การใช้ฟังก์ชัน 'Describe' ในการสำรวจข้อมูล และ 
การเลือกข้อมูลที่จำเป็นไปในการวิเคราะห์ Part I

![5.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1658205030734/I3TfBv8Mq.png align="center")

ในการวิเคราะห์ข้อมูลทุกครั้ง สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกๆ โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย นั่นก็คือ 
> การสำรวจข้อมูล (Explore Data)

เพื่อให้ผู้ที่จัดทำข้อมูลสามารถมองเห็นภาพรวมคร่าวๆ ของข้อมูลในเบื้องต้นได้ ก่อนที่จะจัดการและทำการวิเคราะห์ข้อมูล 

สำหรับการสำรวจข้อมูลผ่านโปรแกรม Tableau นั้น เราสามารถทำได้จากการ Drag and Drop field (Dimension, Measure) ข้อมูลต่างๆ ผ่านทางหน้า worksheet ได้ ดังรูปด้านล่าง

![1.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1658203904649/YfznP3oXv.png align="center")

ประเภทชนิดข้อมูลตาม Field ต่างๆ ก็สามารถดูจาก Icon ที่อยู่หน้าชื่อ Field นั้นๆ ดังรูปด้านล่าง

![2.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1658201785377/PlJ-ycDgb.png align="center")

ตรงส่วนนี้ หากเกิดกรณี ที่เราต้องการเปลี่ยนชนิดของข้อมูลให้เหมาะสมหรือถูกต้องตามโจทย์การวิเคราะห์ข้อมูล เราสามารถปรับเปลี่ยนชนิดข้อมูลได้ ซึ่งมี 2 วิธี 
 

> 1. Click ขวาที่ Field นั้น เลือก Change Data Type แล้วเลือกประเภทชนิดข้อมูลที่เราต้องการ 

![3.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1658203586587/B8KWhINny.png align="center")

> 2.ไปที่หน้าต่าง Data Source Click ขวา ที่ Field ในกรอบสีเหลือง แล้วเลือกประเภทชนิดข้อมูลที่เราต้องการได้เลย

![4.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1658203706783/-UTMZSEGy.png align="center")

> Note เพิ่มเติม เมื่อมีการเปลี่ยนชนิดข้อมูล Describe ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

แต่ทั้งนี้ ในตัวโปรแกรม Tableau นั้น มีอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้ผู้จัดทำข้อมูล สามารถทำการสำรวจข้อมูลนี้ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น นั่นก็ คือ "Describe"

> วิธีการ คือ Click ขวาที่ Field นั้น แล้วเลือก "Describe" 

> Tips : keyboard shortcut CTRL + E

![8.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1656647660499/1b8sUj8X8.png align="center")

จะปรากฏหน้าต่างขึ้นมา ดังรูปด้านล่าง 

![9.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1656648620088/tp7sHCCuh.png align="center")

> โดยตรงลูกศรสีม่วง คือ "ชื่อ Field" 

>  ในลูกศรสีเหลือง และกรอบสี่เหลี่ยมสีเหลือง จะเป็น คำอธิบายข้อมูลของแต่ละ Field ที่เราเลือก โดยหลักๆ จะประกอบด้วย 9 หัวข้อ (ในบาง Field ข้อมูลอาจจะมีน้อยกว่านี้แตกต่างกันไปตามชนิดของข้อมูล)

โดย 9 หัวข้อนี้ ประกอบด้วย 

- **Role** --> ซึ่งบอกรายละเอียดข้อมูลว่าเป็นข้อมูลประเภทใด ดังเช่นดังรูปด้านบน จะเป็น "Discrete Dimension"
- **Type** --> เป็นการบอกว่า Field นั้นๆ มาจาก "Database Column" หรือ "Calculated Field"

> Tips : กรณีของ Calculated Field จะมีข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของ Formula ให้เราสามารถดูสูตรการคำนวณต่างๆ ที่ใช้ได้ ดังรูปด้านล่าง (ตรงลูกศรสีม่วง คือ Field ที่เป็น Calculated Field และลูกศรสีเหลือง คือ Field ที่เป็น Database column)

![10.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1656650199137/xe8N_GaOf.png align="center")

- **Remote column** --> ให้ข้อมูลเรื่องแหล่งข้อมูลเดิมของ Field นั้นๆ มาจาก Data Source ใด และมีชื่อ Field เดิมว่าอะไร ตรงนี้ช่วยทำให้เราสามารถอ้างอิง Field ในการทำข้อมูลได้ถูกต้อง และแม่นยำ
- **Remote type** --> บอกประเภทชนิดข้อมูล (Data type) ของแหล่งข้อมูลเดิมของ Field นั้นๆ


![1.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1656843149420/4cFRiFASv.png align="center")

- **Contains NULL** --> เป็นการระบุว่า Field นี้ พบค่า "NULL" หรือไม่ ซึ่งตามตัวอย่างรูปด้านล่าง มีค่า NULL จึงแสดงว่าคำว่า "Yes"

![2.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1656843214963/VJfQqvtxY.png align="center")

- **Locale** --> เป็นตัวช่วยในการบอกว่า ขณะที่เรากำลังทำข้อมูลอยู่นี้ ใช้รูปแบบ (Format) ของประเทศใด โดยตามรูปด้านล่างจะเป็น Locale ของ United States (English) นั่นเอง

> Note! ตัวอย่างที่พบได้บ่อย จากการเลือก Locale นั้น ก็คือ รูปแบบของวันที่ เช่น หากเราเลือก Locale เป็น European รูปแบบของวันที่ในการแสดงผลจะเป็น "dd/mm/yyyy'' แต่ถ้าเราเลือก Locale เป็น United States (English) จะแสดงผลรูปแบบวันที่เป็น "mm/dd/yyyy" 

![3.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1656843634784/-voKbmN_H.png align="center")

- **Sort flags** --> ให้ข้อมูลว่าใน Field นี้ เวลาเรียกใช้ข้อมูลจะเป็นลักษณะของ Case-sensitive หรือ Case-Insensitive (เป็นการบอกว่า ในกรณีมีตัวอักษรพิมพ์เล็ก หรือ พิมพ์ใหญ่จะมองเป็น Case เดียวกัน)

![4.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1656844800159/DH499hps7.png align="center")

> Note! แต่ถ้าหากข้อมูลของเรา เช่น Field ข้อมูล ID มีลักษณะ ดังนี้ 
- 00Q34000025nKLxEAM
- 00Q34000025nKLxEam                                                                            
  ซึ่งทั้ง 2 ID นี้ เป็นคนละ ID กัน แล้ว Sort flags เป็น Case-Insensitive เราต้องคำนึงถึงประเด็นนี้ในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย เพราะถ้าเป็นตามนี้ การนับแบบ Count Distinct จะมีค่าเท่ากับ 1 ซึ่งจริงๆ แล้ว ควรจะมีค่าเท่ากับ 2 ตามลักษณะข้อมูลของ Field ข้อมูล ID

- **Column width** --> ให้ข้อมูลว่า ใน Data Source ที่เรากำลังใช้งานนั้น มีทั้งหมดกี่ Column

![5.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1656844820205/GVVBKJx3-.png align="center")

- **Status** --> เป็นการบอกสถานะว่า ใน Field นั้นๆ พร้อมใช้งานหรือไม่ 
> Note! หาก Field ข้อมูลนั้น เป็น Calculated field กรณีที่เราเผลอไปลบ (Delete) Field ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน อาจจะส่งผลให้สูตรการคำนวณเกิด error ได้          
  Status จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยบอกเราได้ว่า ต้องมีการปรับแก้ไขสูตรการคำนวณใหม่ ให้ถูกต้องและพร้อมใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือไม่

![11.png](https://cdn.hashnode.com/res/hashnode/image/upload/v1656851075850/FustTYi8f.png align="center")

**สรุป! (Conclusion)**

การสำรวจข้อมูล (Explore Data) เป็นสิ่งที่พึงกระทำเป็นสิ่งแรกในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยในโปรแกรม Tableau นั้น ก็ได้เตรียมเครื่องมือที่เป็นเสมือนผู้ช่วยให้การสำรวจข้อมูลของเรานั้น ทำได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น 

> ผ่านการคลิกขวาเลือก Field ข้อมูลที่สนใจ อ่านรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ได้ อย่างละเอียดและครบถ้วน รู้ว่า Field ข้อมูลนี้ ชื่ออะไร เดิมเคยชื่ออะไร เป็นชนิดข้อมูลแบบใด อ้างอิงมาจากแหล่งข้อมูลใด เพื่อให้การวิเคราะห์ข้อมูลของเรานั้น ตอบโจทย์ในแต่ละคำถามได้อย่างชัดเจนมากที่สุด

ดังนั้น ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งถัดไป อย่าลืมลองเรียกใช้ "Describe" เพราะเครื่องมือนี้อาจช่วยให้ทุกคนจัดการข้อมูลได้ถูกต้อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพนั่นเอง

เรายังเหลืออีก Part คือ เรื่อง การเลือกข้อมูลที่จำเป็นไปในการวิเคราะห์ (Part II) ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรม Tableau รออ่านและติดตามกันต่อได้ใน Part II น้า :)

**อ้างอิง (Reference)**

- Kiavash Sayar. (2018). How to Tell Tableau Fields are Case-Insensitive. สืบค้นจาก https://community.tableau.com/s/question/0D54T00000C6X3VSAV/how-to-tell-tableau-fields-are-caseinsensitive

- Stephanie Kennedy. (2015). The Tableau Performance Checklist: Data – Use ‘Describe’ to Explore. สืบค้นจาก https://interworks.com/blog/skennedy/2015/03/26/tableau-performance-checklist-data-use-describe-explore/
